หนุ่ม-เข็ม ลืมบาดหมางรับงานพิธีกรคู่

Tuesday, December 22nd, 2009

กลับมาเจอกันอีกครั้งแล้ว หนุ่ม-เข็ม ลืมบาดหมางรับงานพิธีกรคู่ หลังจากดาราพิธีกรหนุ่มคาสโนว่า หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ตกเป็นข่าวฮอตกับนางเเบบพิธีกรสาว เข็ม กฤตธีรา อินพรวิจิตร พิธีกรสาวในรายการตีสิบ กับข่าวดังมินิคูเปอร์ จนทำให้กลายเป็นข่าวที่เรียกเสียงฮือฮา แต่เมื่อข่าวนี้ได้ยุติลง ดาราพิธีกรหนุ่มก็หันกลับไปให้ความสนใจ นางร้ายสาวเจ้าของรถมินิ เมย์ เฟื่องอารมย์ หวานใจ และมีกระข่าวออกมาว่าคาสโนว่าหนุ่มเตรียมจะสู่ขอนางร้ายสาว เรียกได้ว่าช่วงที่กระแสข่าวเรื่องงานแต่งของทั้งคู่ ออกสู่สาธารณชน จนเป็นที่จับตามอง

เมื่อผู้สื่อข่าวสยามดาราได้มีโอกาสไปร่วมการบันทึกเทปรายการ ตีสิบสโมสร ที่รายการตีสิบ และรายการ ราตรีสโมสร ร่วมจัดงานด้วยกัน สื่อให้ความสนใจกับพิธีกรคู่ที่เรียกได้ว่าอดีตคนเคยมีข่าวมือที่ 3 โคจรมาปะจันหน้ากันอีกครั้งในการเป็นพิธีกรคู่ เรียกได้ว่าตั้งแต่ช่วงที่ทั้ง หนุ่ม-เข็ม ได้มายืนบนเวทีห่าง ๆ กัน ช่างภาพต่างพากันกดชัตเตอร์กับการมาเจอกันต่อหน้าสื่ออีกครั้ง เมื่อเวลาผ่านซักพักทั้งคู่ได้มายืนชิดกันเพื่อให้ช่างภาพถ่ายรูป และดำเนินรายการคู่กันต่อ เมื่อเสร็จการทำงานสื่อได้พาตัวทั้งคู่มาถามถึงการกลับมาเจอกันอีกครั้งเป็น อย่างไรบ้าง

หนุ่ม กรรชัย เข็ม ตีสิบ

พิ้งกี้ ลั่นถึง สงกรานต์ โทร.มาก็ไม่รับ

Thursday, December 17th, 2009

พิ้งกี้ ลั่นถึง สงกรานต์ โทร.มาก็ไม่รับ เผยพ่อฝ่ายชายต่อสายปลอบใจ (ข่าวสด)

เมื่อ 14 ธ.ค. นางเอกสาว พิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช ให้สัมภาษณ์ระหว่างร่วมงานของบริษัท กันตนา ที่สยามเซ็นเตอร์ หลังจากมีประเด็นข่าวใหม่ที่ยังพัวพันอยู่กับหนุ่ม สงกรานต์ เตชะณรงค์ นักธุรกิจแห่งโบนันซ่า ซึ่งเคยตกเป็นข่าวกุ๊กกิ๊กด้วยกันระยะหนึ่ง แต่ล่าสุด มีข่าวว่า สงกรานต์ โทร.ต่อว่าดาราสาวที่ โทร.ไปฟ้องพ่อแม่ของฝ่ายชายกรณีที่เลิกกัน

พิ้งกี้ :ใคร บอกคะ โอ๊ย พี่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกี้แล้วนะคะ เรื่องของกี้จบไปแล้ว และถ้าเกิดเขาโทร.มากี้ก็คงไม่รับสายด้วย เพราะไม่มีความจำเป็นต้องรับ เราไม่ได้เกี่ยวข้องกันแล้ว กี้ไม่ได้ฟ้องค่ะ เพราะกี้ไม่ได้สนิทกับครอบครัวเขามากขนาดนั้น กี้รู้จักกับเขาตอนนั้นก็แค่ 3-4 เดือนเอง ได้เจอครอบครัวเขาแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้น กี้ก็เป็นเพื่อนเขาคนหนึ่ง ณ ตอนนี้ก็คงไม่อยากให้เกลียดกัน ถึงจะมีข่าวไม่ดีอะไรอย่างนี้ กี้กับเขาก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ เพราะฉะนั้น อย่าเอาเรื่องอะไรที่ดูเยอะเข้ามา ไม่อยากมองหน้ากันไม่ติด ตอนนี้ก็คงพูดได้เท่านี้

เคยคุยกับพ่อแม่สงกรานต์หรือไม่

พิ้งกี้ :กี้ เคยคุยกับคุณพ่อเขา ตอนนั้นนานมาแล้ว คุณพ่อโทร.มาหากี้เอง กี้ไม่ได้โทร.หาคุณพ่อ พอมีเรื่องเกิดขึ้นคุณพ่อเขาก็เป็นห่วง เพราะกี้เป็นผู้หญิงคนเดียว คุณพ่อเขาก็แสดงสปิริต โทร.มาบอกเรื่องราวและปลอบกันไป นอกนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว เรื่องนี้ก็นานมาแล้วกี้ไม่อยากฟื้นฝอยหาตะเข็บหาอะไรอีกค่ะ


การที่ พิ้งกี้ ยืนกรานว่า สิ่งที่ตัวเองพูดเป็นความจริงทั้งหมด ทำให้คนมองว่าอีกฝ่ายโกหก

พิ้งกี้ :กี้ ไม่ทราบว่าเขาโกหกหรือเปล่า แต่สำหรับตัวกี้ กี้พูดความจริง คงไม่จำเป็นจะต้องมาโกหกอะไรทั้งนั้น กี้คงไม่ต้องพูดอะไรเยอะ เท่านี้คนก็น่าจะเข้าใจกันดี

เสียความรู้สึกกับข่าวนี้หรือไม่

พิ้งกี้ : ก็ต้องถามความจริงจากเจ้าตัวเขา เพราะกี้ไม่รู้ คนอาจจะเม้าธ์กันเอง แต่กี้ก็พูดความจริงตลอด

เบื่อข่าวกับสงกรานต์แล้วหรือไม่

พิ้งกี้ :ก็ หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องอยู่ในวงการเดียวกัน ตอนนี้เขาก็เป็นดาราแล้ว เราก็หลีกเลี่ยงไมได้ ก็ตอบในสิ่งที่เราตอบได้ ส่วนหากจะออกงานเดียวกันนั้น ก็ได้ เพราะถ้าเจอกันเราก็เป็นเพื่อนกัน แต่ยังไม่เคยเจอ

ถ้าออกงานเดียวกัน จะขึ้นค่าตัวหรือไม่

พิ้งกี้ : ตอนนี้คงต้องไปจ้างเขาสองคน (สงกรานต์-แอฟ) แล้วนะคะ คงไม่เกี่ยวกับกี้

พิงกี้-สาวิกา ไชยเดช, พิงกี้, พิงกี้ สาวิกา, สงกรานต์ เตชะณรงค์, ดารา, ข่าวบันเทิง, ข่าวดารา, ซุบซิบดารา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

แพง ขวัญข้าว บอกให้ถาม นาตาลี เจียรวนนท์ เอง ไม่อยากยุ่ง ลือยกเลิกหมายงานเจอหน้า

Tuesday, December 15th, 2009

แพง ขวัญข้าว บอกให้ถาม นาตาลี เจียรวนนท์ เอง ไม่อยากยุ่ง ลือยกเลิกหมายงานเจอหน้า

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 52 ในงานเปิดตัว Slimmering Night ที่โครงการมิลเลนเนียม เรสซิเด้นซ์ สุขุมวิท แพง-ขวัญข้าว เศวตวิมล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่า โทร.มาเช็คผู้จัดงานนี้ว่า นาตาลี เจียรวนนท์ มาร่วมงานด้วยหรือไม่

แพงกล่าวว่า “เป็นปกติของการทำงานที่ต้องมีคนโทร.มาบอกว่ามีใครมาร่วมงานบ้าง แต่ถามว่าเวลาแพงร่วมงานกับใครแล้วมีปัญหามั้ย แพงไม่เคยมีปัญหาอยู่แล้ว อย่าพยายามให้เป็นประเด็นกับใครเลย หนูไม่อยากเป็นแล้ว ตอนนี้สบายใจและมีความสุขมาก แพงแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกอยู่แล้ว แพงไม่รู้สึกอะไรนะ ต้องไปถามเขา(นาตาลี) แพงไม่ทราบเหมือนกัน แต่จริง ๆ ไม่เห็นต้องแคนเซิลงานเลย ถ้าไม่มีอะไร”

นักข่าวถามถึงกรณีที่นาตาลียกเลิกมางานนี้ สาวแพง ตอบว่า “ไม่มีความเห็นแพงไม่ทราบ ต้องไปถามเขา และไม่ทราบด้วยว่าเขาจะมา ไม่อยากยุ่ง ไม่อยากรับรู้ใด ๆ ทั้งสิ้น”

เมื่อถามว่า ตอนนี้ได้คุยกับ ฟลุค เกริกพล อดีตหวานใจอยู่หรือเปล่า แพงกล่าวว่า “มีคุยบ้างพี่เขาโทรมาถามสารทุกข์สุขดิบทั่วไป ส่วนมากเขาจะเป็นฝ่ายถามเรามากกว่า เราไม่ค่อยอยากยุ่งเรื่องของเขา เพราะเราไม่ได้มีความคิดเห็นและไม่มีความจำเป็นที่จะแสดงความคิดเห็นด้วย พี่ฟลุคเองก็เล่าเรื่องของเขาให้ฟังบ้าง เพราะเขาเป็นคนเปิดเผย เขาพูดทุกเรื่องแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากมาย และตัวแพงเองไม่ได้อยากฟังเท่าไหร่ เพราะไม่ใช่เรื่องของเรา ไม่ใช่ประเด็นที่จะเอามาใส่ใจ มีแต่พี่ฟลุคโทรมาแพงไม่เคยโทร.ไปหาเขาเลย”

นักข่าวถามถึงหนุ่มแดเนียล แพงกล่าวว่า ส่วนใหญ่เวลานี้อยู่กับเพื่อน ๆ ถามว่าสนิทกับแดนเนียลที่สุดมั้ย ก็สนิทนะคะแต่ไม่ถึงที่สุด เราไม่อยากเปิดว่าคนนั้นคนนี้มาจีบ เอาเป็นว่าเป็นเพื่อน ๆ กันไปก่อนดีกว่า และตัวเขาเองก็ไม่ได้เดินมาบอกว่าจีบเรานะ แพงคิดว่าเขาไม่ได้จีบหรอก

แพง ให้ถาม นาตาลี เอง ไม่อยากยุ่ง ลือยกเลิกหมายงานเจอหน้า

แพง ขวัญข้าว นาตาลี เจียรวนนท์
แพง ขวัญข้าว - นาตาลี เจียรวนนท์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

แตงโม ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ เซ็งเป็น โรคตาแดง ทำพิษอีเว้นท์หด

Monday, December 14th, 2009

แตงโม-ภัทรธิดา เซ็งเป็นโรคตาแดงเหตุเอายาหยอดตาของตัวเองให้คนอื่นใช้ด้วยกัน เผยเป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว ลั่นไม่คิดโทษใคร หวั่นเป็นเรื้อรัง ปลื้มแต๊งคอยดูแล…

เห็นตอนอยู่บนเวทีในงานเปิดตัวกาแฟดีท็อกซ์ คิว-ไบรท์ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ นางเอกสาว แตงโม-ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ ใส่แว่นตาดำตลอดเวลาเลยสงสัยว่าทำไมต้องใส่ตลอดเวลาขนาดนั้น พอ แตงโม ลงมาจากเวทีเลยเข้าไปถามด้วยความสงสัยถึงได้รู้ว่าที่แท้ แตงโม เป็นโรคตาแดงข้างซ้าย เลยอัพเดตอาการของนางเอกสาวกันหน่อยว่าเป็นไงบ้าง

แตงโม :คือโมเป็น ภูมิแพ้อยู่แล้ว และโมจะพกยาหยอดตาอยู่ประจำ พอพกไปแล้วบางทีคนอื่นไม่มี เราก็ชอบเอาไปให้เขายืม แล้วมันมาจากไหนไม่รู้ หรือไม่ก็โมเป็นด้วยตัวเอง คือไม่อยากไปโทษใครว่าคนอื่นมาแพร่ให้เรา เป็นมา 3 วันแล้วค่ะ

ตอนนี้ตาอักเสบขนาดไหน?

แตงโม :แตงโมชี้ ที่ตา ก็ข้างนี้ไม่เป็นไร แต่ครึ่งนึงเป็นตาขาว ด้านนอกเป็นสีแดง เวลานอนตื่นมาเหมือนจะดีขึ้นแล้วนะ แต่พอออกมาข้างนอกก็เป็นอีกแล้ว ก็คงต้องใช้เวลามั้งคะ โทรไปปรึกษาพี่จ๋า (ณัฐฐาวีรนุช ทองมี) ซึ่งเคยเป็นมาก่อน พี่จ๋าก็บอกว่าแล้วแต่คน ภูมิคุ้มกันแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าเกิดเราไม่ถูกกับโรคนี้ มันก็เป็นนานหน่อย แต่บางคนก็จะหายเร็ว ไปหาหมอมั้ยไม่หาค่ะเพราะไปก็ได้ยาหยอดตากลับมาเหมือนเดิมทุกครั้ง โมเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ก็หนักค่ะ ไม่เคยเป็นขนาดนี้ โมคิดว่าหยอดตาก็หาย

อาการตอนนี้ยังคันตามั้ย?

แตงโม : มีคันบ้างค่ะ ตื่นมาขี้ตาแฉะค่ะ ตาปิด ขี้ตาเหลืองๆ อะ จะอ้วกเนอะ (หัวเราะ)

หลังจากนี้จะงดรับงานมั้ย?

แตงโม : โมก็พยายามถามเขาว่าถ้าเกิดใส่แว่นทำงานได้ก็มา แต่งานที่จำเป็นต้องเห็นหน้าตาก็ต้องของดไปก่อน

กลัวจะเป็นเหมือนตอนเจอแสงแฟลชเยอะ ๆ มั้ย?

แตงโม :แสงแฟลช ไม่น่าจะเกี่ยวค่ะ เพราะโรคแสงแฟลชที่เป็นโรคเดียวกับคุณเพชราเคยเป็นเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว แต่หายแล้ว หนูคิดว่าไม่น่าจะเป็นอีกมั้ง

หมอห้ามอะไรมั้ย?

แตงโม :ก็ห้ามออก จากบ้านค่ะเพราะมันจะโดนฝุ่น ห้ามแต่งหน้า แต่หนูแอบแต่งข้างล่าง ไม่งั้นทำงานไม่ได้จริง ๆ แล้วก็ห้ามใช้ของร่วมกับคนอื่นค่ะ

กลัวจะเป็นเรื้อรังมั้ย?

แตงโม : กลัวค่ะ พี่จ๋าบอกว่าถ้าเอามือที่เป็นข้างนี้ไปโดนข้างนี้ อีกข้างก็จะเป็น เดี๋ยวไปหาหมอก็ได้ (หัวเราะ)

แต๊งค์ดูแลไงบ้าง?

แตงโม :เขาก็ พยายามบอกให้ทานยา หยอดตาบ่อย ๆ รักษาความสะอาด เขาก็กลัวติดนะ (หัวเราะ) จริง ๆ อาการเริ่มต้นมาจากภูมิแพ้ บางทีโมก็ชอบเอาคอตตอนบัตไปแหย่ในรูตาบ้าง แคะโน่นนี่ ก็โทษใครไม่ได้ อาจจะเป็นเชื้อโรคที่เราทำเองค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

จ๋า หยุดหารักแท้ ขอนิ่ง รอมีเข้ามาเอง

Monday, December 14th, 2009

จ๋า หยุดหารักแท้ ขอนิ่ง รอมีเข้ามาเอง (ข่าวสด)

9 ปีแล้วที่ทำงานอยู่ในวงการบันเทิง นับตั้งแต่วันที่เข้ามาออดิชั่นเป็น วีเจ.แชนแนลวี ไทยแลนด์ สำหรับสาวหมวยหน้าใส วัย 33 ปี “จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช ทองมี” ผ่าน ประสบการณ์นานา ทั้งเรื่องการงานและเรื่องส่วนตัวจนทำให้เธอแข็งแกร่ง วันนี้จังหวะดีที่สาวหมวยมาเยือน เลยถือโอกาสจับเข่าคุยกันซะเลย

อยู่วงการมา 9 ปี เหนื่อยใจอะไรบ้างไหม?

จ๋า : ถ้า บอกว่าไม่มีเลยก็คงไม่จริง ก็มีในเรื่องของข่าวต่าง ๆ ที่บั่นทอนจิตใจบ้าง จ๋าเชื่อว่าทุกคนต้องรู้สึก แต่ตัวเราเองจะแข็งแรงและกลับมารู้สึกโอเคกับมันได้เร็วแค่ไหน ซึ่งจ๋าคิดว่าพอเรายิ่งโตยิ่งทำได้เร็วขึ้น

รู้สึกอย่างไรกับข่าวที่ออกมาเยอะและถี่?

จ๋า : จ๋า ไม่รู้ว่าจะเทียบกับใคร แต่ถ้าเทียบกับตัวเอง มันเป็นบางจังหวะ บางจังหวะก็ไม่มีข่าวจ๋าเลย แต่บางจังหวะเจอเรื่องที่แรง ๆ ขึ้นมามันก็เหมือนเขาเอาสปอตไลท์ไปส่องจุดนั้น จริงๆ ตัวจ๋ามีตั้ง 10 มุม ถ้าเขาเลือกจะส่องมุมเดียวแล้วหยุดภาพนั้นไว้ ทำให้มันดูใหญ่ขึ้นกว่าความเป็นจริง มันก็เป็นแค่ 1 มุม จาก 10 มุม ซึ่งถามว่าจ๋าเป็นอะไรมั้ย จ๋าไม่เป็นอะไรเลย เพราะเราก็ยังคงมั่นคงว่าเราไม่ได้ทำอะไรไม่ดี

ดูเหมือน 9 ปีที่ผ่านมา จ๋าจะตกเป็นข่าวกับผู้ชายเยอะมาก?

จ๋า : เวลา มีแฟนหรือมีความรักจ๋าเปิดเผยทุกครั้ง และคนที่เป็นแฟนกับจ๋าจริงๆ มีแค่ 3 คน คือ แมทธิว ดีน, อั้ม(อธิชาติ ชุมนานนท์) และหลุยส์(พงษ์พันธุ์ เพชรบัณฑูร) ส่วนคนอื่นที่เป็นข่าวบางคนก็เป็นเรื่องการโปรโมต บางคนเป็นเพื่อนจริงๆ ด้วยความที่จ๋าใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา เวลาเจอเพื่อนก็เจอได้ กินข้าวกันได้ ไม่ต้องหลบ จ๋ารู้สึกว่าเราจริงใจและไม่ได้ทำอะไรไม่ดี จ๋าว่าคนเราเลือกจะมองในมุมที่เป็นลบและทำให้เป็นเรื่องใหญ่

ถ้าพูดถึงความรัก 3 ครั้งที่ผ่านมา คิดว่าอะไรที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ?

จ๋า : ตรง นี้คิดว่ามันอยู่ที่วัย เหมือนว่าตอนเด็ก ๆ เราอาจจะเข้าใจอะไรน้อยกว่านี้ จ๋าเชื่อว่าถ้าเปลี่ยนเป็นว่าเราเจอใครคนที่เราคบกันและมีปัญหาในตอนนั้น แล้วมาคบกันตอนนี้ปัญหานั้นจะน้อยลง เพราะเราผ่านอะไรมาเยอะขึ้น เข้าใจเรื่องนี้เยอะขึ้น โฟกัสกับการที่จะเก็บมาเป็นอารมณ์น้อยลง

เบื่อไหมที่มักถูกถามเรื่องรักและฉายาคาสโนวี่?

จ๋า : ไม่ เบื่อค่ะ แต่ถ้าเกิดถามขอให้ถามเรื่องจริง จ๋าตอบได้หมด แต่ถ้าเกิดบวกอย่างอื่นมา อย่างบางครั้งเรื่องจริงมีอยู่ 10 แต่คนถาม ๆ สัก 150 ก็ทำให้รู้สึกเหนื่อยที่ต้องแก้ เพราะแก้อย่างไรมันก็ไม่หมด

ช่วงนี้ได้ยินว่าแฮปปี้ เพราะอินเลิฟรักครั้งใหม่ “ตู่”ภพธร สุนทรญาณกิจ?

จ๋า : (หัวเราะ )ไม่ได้อินเลิฟค่ะ กับตู่รู้จักกันนานแล้ว จริงๆ จ๋าเคยเป็นข่าวกับนักร้องหลายๆ คนซึ่งเป็นเพื่อนกันจริงๆ เราอยู่สายงานเดียวกัน กินข้าวร่วมโต๊ะกัน พอคนหนึ่งโดนโฟกัสเรื่องนี้ก็จะโดนไปเรื่อยๆ แต่คนที่อยู่กับจ๋าทุกคนจะบอกให้มองในแง่ดี ถ้าวันหนึ่งเราเดินตรงไหนอยู่กับใครแล้วไม่มีใครพูดถึง แสดงว่าวันนั้นเราตกแล้ว ถ้าคิดแบบนี้จะสบายใจ กับตู่เท่าที่รู้จักเป็นเพื่อนธรรมดาคนหนึ่งที่นิสัยดีค่ะ

ผิดหวังรักมา 3 ครั้ง วันนี้มุมมองรักเป็นอย่างไร?

จ๋า : เบื่อค่ะ แต่ก็ยังอยากเจอความรักที่ดีค่ะ

วีเจจ๋า

รักครั้งใหม่อยากให้เป็นในรูปแบบไหน?

จ๋า : จ๋า เคยดีไซน์นะ แต่มาวันนี้ไม่คิดแล้ว คือพอคิดและคาดหวังเราจะรู้ สึกแย่ ตอนนี้จ๋ารู้สึกอยากมีใครสักคนที่จริงใจกับเรา จ๋าเคยเห็นว่าคนรักกัน เขาต้องรักกันทั้งเวลาสุขและทุกข์ แต่ที่จ๋าเห็นบางคนที่เข้ามาหาจ๋า เวลาเรามีความสุขเขาจะอยู่กับเรา แต่เวลาเราโดนอะไรที่คนอื่นไม่เข้าใจเรา เขาก็ยังจะไม่เข้าใจอีก หรือพอเราเครียดเขาก็จะไม่อยากอยู่ใกล้ จ๋าก็เลยรู้สึกว่านั่นไม่ใช่คนที่รักกันจริง ๆ คนที่จะอยู่ด้วยกันได้จะรักกันได้ต่อไป ต้องมีคำว่าร่วมทุกข์ร่วมสุข

เหนื่อยหรือเปล่าที่จะตามหารักแท้?

จ๋า : ก็ พยายามไม่วิ่งแล้วค่ะ(หัวเราะ) พยายามอยู่เฉย ๆ แต่จริง ๆ ที่ผ่านมาจ๋าไม่เคยวิ่งนะ บางครั้งคนที่เข้าหาเราเราเลือกไม่ได้ว่าเขาจะเป็นใคร แต่เราเลือกได้ว่าจะคบเขาต่อหรือเปล่า ซึ่งบางครั้งสิ่งที่มันเกิดขึ้นมันเป็นข่าวตั้งแต่ตอนแค่เริ่มเข้ามา แค่เริ่มคุย กินข้าวด้วยกัน 1 ครั้งไม่ได้แปลว่าคบ ไม่ได้แปลว่าดูใจนะคะ

สเป๊กที่วาดฝันไว้?

จ๋า : จ๋า ชอบคนที่มองโลกในแง่ดี ชอบคนรูปร่างสูง เข้ากับเราได้ แล้วต้องหนักแน่น มีความรู้สึกที่มั่นคงและขอให้มีความเป็นผู้ใหญ่ในบางเรื่อง แต่เรื่องความเป็นผู้ใหญ่จ๋าว่าคนสองคนต้องสลับกันมีนะ ผู้ชายบางครั้งก็มีมุมที่เป็นเด็กได้ค่ะ

แล้ว “ตู่-ภพธร” มีสิทธิ์พัฒนาหรือเปล่า?

จ๋า : จ๋า ขอเป็นเพื่อน เรายังอยากใช้เวลากับทุกๆ อย่าง คือ ถ้าเกิดจ๋าเป็นข่าวกับเขาครั้งหนึ่งหรือสองครั้ง แปลว่านี่คือดูใจกันหรือเป็นแฟนกัน จ๋าว่ามันไม่แฟร์สำหรับตัวเรา

มีความคิดฝันเรื่องวิวาห์หรือเปล่า?

จ๋า : มัน หายไปนานแล้วนะ(หัวเราะ) เพื่อนร่วมรุ่นที่เรียนมาก็แต่งกันไปบ้างแล้ว ถามว่ารู้สึกหวิวๆ มั้ย จ๋าก็พยายามคิดว่าเดี๋ยวนี้คนแต่งงานช้า(หัวเราะ) จ๋าคิดว่าทุกวันนี้คนเรามีเรื่องที่ต้องทำเยอะกว่าเมื่อก่อน เราจะแต่งก็ได้ถ้าเกิดเจอคนที่ดีๆ แล้วเป๊ะๆ เลย แต่งพรุ่งนี้เลยก็ได้ แต่ตอนนี้มันยังไม่เจอค่ะ

วางอนาคตตัวเองอย่างไร?

จ๋า : มอง ว่าที่ผ่านมาคือสนุกดี เราได้รับอะไรเยอะดี ได้โตได้คิดอะไรเยอะ ต่อไปก็เชื่อว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เราได้เอาสิ่งที่สะสมมามาใช้ เอาสิ่งที่ตัวเองมีแจกจ่ายออกไปบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคิด เรื่องของการช่วยคนอื่น จ๋าเชื่อว่าถ้าเราคิดในแง่ดี แล้วก็พยายามทำอะไรในแง่บวกมันสามารถช่วยคนได้อยู่แล้วค่ะ อย่างที่เขาว่า คิดดี ทำดี ผลก็จะออกมาดี ใช่ป่ะ

วีเจจ๋า

อยากลองละคร

เวียน ว่ายในโลกมายามา 9 ปี แต่ไม่เคยเห็นหน้าวีเจ.สาว “จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช” ทางจอแก้วสักที เจอกันก็แต่ในจอเงิน ล่าสุดแว่วว่าถูก “เจ๊จิ๋ม”มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช จีบให้ลงเล่นละครเรื่อง “เพลิงบุญ” ในบท “ใจเริง” แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธซะนี่! …พอถามไถ่ ได้คำตอบว่า

จ๋า : จริงๆ ไม่ได้ปฏิเสธค่ะ จ๋ายินดีรับเล่นละครนะคะ ถ้าทุกอย่างลงตัว ซึ่งจ๋าเห็นบท ใจเริง แล้ว เป็นบทที่ดีมากๆ จริงๆ ก็อยากเล่น แต่มันมีหลายประเด็น ทำให้ไม่ได้เล่นค่ะ

แต่คนมองว่าที่ปฏิเสธไปเพราะมี “อั้ม-อธิชาติ” อดีตคนรู้ใจเล่นด้วย

จ๋า : ไม่ ใช่เลยค่ะ จริง ๆ ปรึกษาอั้มด้วยซ้ำ อั้มยังบอกว่าให้รับเล่นเลย เราเป็นเพื่อนกันสามารถร่วมงานกันได้ ทุกวันนี้ยังเซย์ฮัลโหลกันได้ คนเรา ณ ตอนวันนั้นอาจจะไม่เข้าใจกัน อาจจะรู้สึกเซ็งๆ ดาวน์ๆ แต่พอเวลาผ่านไปจ๋ารู้สึกว่าสิ่งที่ดีมันมีมากกว่าค่ะ

“จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช” แง้มเหตุผลถึงการที่ไม่ได้ลองงานแสดงในศาสตร์ใหม่อย่างละครว่า

จ๋า : จ๋า เป็นคนที่รักหนังมากกว่าค่ะ แต่ถึงแม้จะรักหนัง ปีหนึ่งติดต่อมา 7-8 เรื่อง แต่จ๋าก็จะรับเรื่องที่ชอบที่สุดเพียง 1 เรื่อง หรือเต็มที่ 2 เรื่อง เพราะเงินไม่ใช่ตัวตัดสิน จ๋าอยากให้สิ่งที่รักออกมามีคุณภาพค่ะ ส่วนละครก็เป็นสิ่งที่อยากลอง และถ้าจะรับก็อยากได้บทที่ต่างจากที่เคยได้รับในหนัง แต่เนื่องจากคนเห็นภาพจ๋าเล่นหนังน่ารัก หนังสนุก เขาก็คาดหวังจะเห็นจ๋าเล่นละครในบทกุ๊กกิ๊ก เป็นบทที่ไม่มีความขึ้น-ลงของตัวละคร ซึ่งจ๋าอยากเจอบทที่ท้าทาย เวลาที่เราทำอะไรสักอย่างก็อยากได้อะไรที่มันไม่ซ้ำจากที่เคยทำมาค่ะ

ระหว่างงานวีเจ. อีเวนต์ พิธีกร และแสดง งานไหนเป็นงานหลัก

จ๋า : จริง ๆ ทุกอย่างเป็นจ๊อบหมดเลย แต่เป็นจ๊อบที่รัก แต่ถ้าเป็นเมน ๆ ก็จะเป็นพิธีกร วีเจ. อีเวนต์ ที่ทำเกือบทุกวัน

แล้วเคยคิดหางานประจำทำจริง ๆ หรือเปล่า

จ๋า : รอเรียนจบปริญญาเอกก่อนค่ะ

เรียนก็รุ่ง งานก็พุ่ง แต่คนส่วนใหญ่มักโฟกัสไปที่ชีวิตรัก

จ๋า : เพราะ ส่วนหนึ่งจ๋าไม่ค่อยพูดเรื่องที่ยังไม่สำเร็จ และในวงการบันเทิงส่วนใหญ่เขาจะอยากรู้เรื่องความรักมากกว่า ซึ่งมันก็ช่วยไม่ได้เพราะมันก็เป็นกระแสของข่าวค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด, ไทยรัฐ