Tuesday, December 22nd, 2009
กลับมาเจอกันอีกครั้งแล้ว หนุ่ม-เข็ม ลืมบาดหมางรับงานพิธีกรคู่ หลังจากดาราพิธีกรหนุ่มคาสโนว่า หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ตกเป็นข่าวฮอตกับนางเเบบพิธีกรสาว เข็ม กฤตธีรา อินพรวิจิตร พิธีกรสาวในรายการตีสิบ กับข่าวดังมินิคูเปอร์ จนทำให้กลายเป็นข่าวที่เรียกเสียงฮือฮา แต่เมื่อข่าวนี้ได้ยุติลง ดาราพิธีกรหนุ่มก็หันกลับไปให้ความสนใจ นางร้ายสาวเจ้าของรถมินิ เมย์ เฟื่องอารมย์ หวานใจ และมีกระข่าวออกมาว่าคาสโนว่าหนุ่มเตรียมจะสู่ขอนางร้ายสาว เรียกได้ว่าช่วงที่กระแสข่าวเรื่องงานแต่งของทั้งคู่ ออกสู่สาธารณชน จนเป็นที่จับตามอง
เมื่อผู้สื่อข่าวสยามดาราได้มีโอกาสไปร่วมการบันทึกเทปรายการ ตีสิบสโมสร ที่รายการตีสิบ และรายการ ราตรีสโมสร ร่วมจัดงานด้วยกัน สื่อให้ความสนใจกับพิธีกรคู่ที่เรียกได้ว่าอดีตคนเคยมีข่าวมือที่ 3 โคจรมาปะจันหน้ากันอีกครั้งในการเป็นพิธีกรคู่ เรียกได้ว่าตั้งแต่ช่วงที่ทั้ง หนุ่ม-เข็ม ได้มายืนบนเวทีห่าง ๆ กัน ช่างภาพต่างพากันกดชัตเตอร์กับการมาเจอกันต่อหน้าสื่ออีกครั้ง เมื่อเวลาผ่านซักพักทั้งคู่ได้มายืนชิดกันเพื่อให้ช่างภาพถ่ายรูป และดำเนินรายการคู่กันต่อ เมื่อเสร็จการทำงานสื่อได้พาตัวทั้งคู่มาถามถึงการกลับมาเจอกันอีกครั้งเป็น อย่างไรบ้าง

Posted in ดารา ซุบซิบดารา รูปดารา | No Comments »
Thursday, December 17th, 2009
พิ้งกี้ ลั่นถึง สงกรานต์ โทร.มาก็ไม่รับ เผยพ่อฝ่ายชายต่อสายปลอบใจ (ข่าวสด)
เมื่อ 14 ธ.ค. นางเอกสาว พิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช ให้สัมภาษณ์ระหว่างร่วมงานของบริษัท กันตนา ที่สยามเซ็นเตอร์ หลังจากมีประเด็นข่าวใหม่ที่ยังพัวพันอยู่กับหนุ่ม สงกรานต์ เตชะณรงค์ นักธุรกิจแห่งโบนันซ่า ซึ่งเคยตกเป็นข่าวกุ๊กกิ๊กด้วยกันระยะหนึ่ง แต่ล่าสุด มีข่าวว่า สงกรานต์ โทร.ต่อว่าดาราสาวที่ โทร.ไปฟ้องพ่อแม่ของฝ่ายชายกรณีที่เลิกกัน
พิ้งกี้ :ใคร บอกคะ โอ๊ย พี่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกี้แล้วนะคะ เรื่องของกี้จบไปแล้ว และถ้าเกิดเขาโทร.มากี้ก็คงไม่รับสายด้วย เพราะไม่มีความจำเป็นต้องรับ เราไม่ได้เกี่ยวข้องกันแล้ว กี้ไม่ได้ฟ้องค่ะ เพราะกี้ไม่ได้สนิทกับครอบครัวเขามากขนาดนั้น กี้รู้จักกับเขาตอนนั้นก็แค่ 3-4 เดือนเอง ได้เจอครอบครัวเขาแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้น กี้ก็เป็นเพื่อนเขาคนหนึ่ง ณ ตอนนี้ก็คงไม่อยากให้เกลียดกัน ถึงจะมีข่าวไม่ดีอะไรอย่างนี้ กี้กับเขาก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ เพราะฉะนั้น อย่าเอาเรื่องอะไรที่ดูเยอะเข้ามา ไม่อยากมองหน้ากันไม่ติด ตอนนี้ก็คงพูดได้เท่านี้
เคยคุยกับพ่อแม่สงกรานต์หรือไม่
พิ้งกี้ :กี้ เคยคุยกับคุณพ่อเขา ตอนนั้นนานมาแล้ว คุณพ่อโทร.มาหากี้เอง กี้ไม่ได้โทร.หาคุณพ่อ พอมีเรื่องเกิดขึ้นคุณพ่อเขาก็เป็นห่วง เพราะกี้เป็นผู้หญิงคนเดียว คุณพ่อเขาก็แสดงสปิริต โทร.มาบอกเรื่องราวและปลอบกันไป นอกนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว เรื่องนี้ก็นานมาแล้วกี้ไม่อยากฟื้นฝอยหาตะเข็บหาอะไรอีกค่ะ
การที่ พิ้งกี้ ยืนกรานว่า สิ่งที่ตัวเองพูดเป็นความจริงทั้งหมด ทำให้คนมองว่าอีกฝ่ายโกหก
พิ้งกี้ :กี้ ไม่ทราบว่าเขาโกหกหรือเปล่า แต่สำหรับตัวกี้ กี้พูดความจริง คงไม่จำเป็นจะต้องมาโกหกอะไรทั้งนั้น กี้คงไม่ต้องพูดอะไรเยอะ เท่านี้คนก็น่าจะเข้าใจกันดี
เสียความรู้สึกกับข่าวนี้หรือไม่
พิ้งกี้ : ก็ต้องถามความจริงจากเจ้าตัวเขา เพราะกี้ไม่รู้ คนอาจจะเม้าธ์กันเอง แต่กี้ก็พูดความจริงตลอด
เบื่อข่าวกับสงกรานต์แล้วหรือไม่
พิ้งกี้ :ก็ หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องอยู่ในวงการเดียวกัน ตอนนี้เขาก็เป็นดาราแล้ว เราก็หลีกเลี่ยงไมได้ ก็ตอบในสิ่งที่เราตอบได้ ส่วนหากจะออกงานเดียวกันนั้น ก็ได้ เพราะถ้าเจอกันเราก็เป็นเพื่อนกัน แต่ยังไม่เคยเจอ
ถ้าออกงานเดียวกัน จะขึ้นค่าตัวหรือไม่
พิ้งกี้ : ตอนนี้คงต้องไปจ้างเขาสองคน (สงกรานต์-แอฟ) แล้วนะคะ คงไม่เกี่ยวกับกี้
พิงกี้-สาวิกา ไชยเดช, พิงกี้, พิงกี้ สาวิกา, สงกรานต์ เตชะณรงค์, ดารา, ข่าวบันเทิง, ข่าวดารา, ซุบซิบดารา
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

Posted in ดารา ซุบซิบดารา รูปดารา | No Comments »
Monday, December 14th, 2009
แตงโม-ภัทรธิดา เซ็งเป็นโรคตาแดงเหตุเอายาหยอดตาของตัวเองให้คนอื่นใช้ด้วยกัน เผยเป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว ลั่นไม่คิดโทษใคร หวั่นเป็นเรื้อรัง ปลื้มแต๊งคอยดูแล…
เห็นตอนอยู่บนเวทีในงานเปิดตัวกาแฟดีท็อกซ์ คิว-ไบรท์ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ นางเอกสาว แตงโม-ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ ใส่แว่นตาดำตลอดเวลาเลยสงสัยว่าทำไมต้องใส่ตลอดเวลาขนาดนั้น พอ แตงโม ลงมาจากเวทีเลยเข้าไปถามด้วยความสงสัยถึงได้รู้ว่าที่แท้ แตงโม เป็นโรคตาแดงข้างซ้าย เลยอัพเดตอาการของนางเอกสาวกันหน่อยว่าเป็นไงบ้าง
แตงโม :คือโมเป็น ภูมิแพ้อยู่แล้ว และโมจะพกยาหยอดตาอยู่ประจำ พอพกไปแล้วบางทีคนอื่นไม่มี เราก็ชอบเอาไปให้เขายืม แล้วมันมาจากไหนไม่รู้ หรือไม่ก็โมเป็นด้วยตัวเอง คือไม่อยากไปโทษใครว่าคนอื่นมาแพร่ให้เรา เป็นมา 3 วันแล้วค่ะ
ตอนนี้ตาอักเสบขนาดไหน?
แตงโม :แตงโมชี้ ที่ตา ก็ข้างนี้ไม่เป็นไร แต่ครึ่งนึงเป็นตาขาว ด้านนอกเป็นสีแดง เวลานอนตื่นมาเหมือนจะดีขึ้นแล้วนะ แต่พอออกมาข้างนอกก็เป็นอีกแล้ว ก็คงต้องใช้เวลามั้งคะ โทรไปปรึกษาพี่จ๋า (ณัฐฐาวีรนุช ทองมี) ซึ่งเคยเป็นมาก่อน พี่จ๋าก็บอกว่าแล้วแต่คน ภูมิคุ้มกันแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าเกิดเราไม่ถูกกับโรคนี้ มันก็เป็นนานหน่อย แต่บางคนก็จะหายเร็ว ไปหาหมอมั้ยไม่หาค่ะเพราะไปก็ได้ยาหยอดตากลับมาเหมือนเดิมทุกครั้ง โมเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ก็หนักค่ะ ไม่เคยเป็นขนาดนี้ โมคิดว่าหยอดตาก็หาย
อาการตอนนี้ยังคันตามั้ย?
แตงโม : มีคันบ้างค่ะ ตื่นมาขี้ตาแฉะค่ะ ตาปิด ขี้ตาเหลืองๆ อะ จะอ้วกเนอะ (หัวเราะ)
หลังจากนี้จะงดรับงานมั้ย?
แตงโม : โมก็พยายามถามเขาว่าถ้าเกิดใส่แว่นทำงานได้ก็มา แต่งานที่จำเป็นต้องเห็นหน้าตาก็ต้องของดไปก่อน
กลัวจะเป็นเหมือนตอนเจอแสงแฟลชเยอะ ๆ มั้ย?
แตงโม :แสงแฟลช ไม่น่าจะเกี่ยวค่ะ เพราะโรคแสงแฟลชที่เป็นโรคเดียวกับคุณเพชราเคยเป็นเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว แต่หายแล้ว หนูคิดว่าไม่น่าจะเป็นอีกมั้ง
หมอห้ามอะไรมั้ย?
แตงโม :ก็ห้ามออก จากบ้านค่ะเพราะมันจะโดนฝุ่น ห้ามแต่งหน้า แต่หนูแอบแต่งข้างล่าง ไม่งั้นทำงานไม่ได้จริง ๆ แล้วก็ห้ามใช้ของร่วมกับคนอื่นค่ะ
กลัวจะเป็นเรื้อรังมั้ย?
แตงโม : กลัวค่ะ พี่จ๋าบอกว่าถ้าเอามือที่เป็นข้างนี้ไปโดนข้างนี้ อีกข้างก็จะเป็น เดี๋ยวไปหาหมอก็ได้ (หัวเราะ)
แต๊งค์ดูแลไงบ้าง?
แตงโม :เขาก็ พยายามบอกให้ทานยา หยอดตาบ่อย ๆ รักษาความสะอาด เขาก็กลัวติดนะ (หัวเราะ) จริง ๆ อาการเริ่มต้นมาจากภูมิแพ้ บางทีโมก็ชอบเอาคอตตอนบัตไปแหย่ในรูตาบ้าง แคะโน่นนี่ ก็โทษใครไม่ได้ อาจจะเป็นเชื้อโรคที่เราทำเองค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

Posted in ดารา ซุบซิบดารา รูปดารา | No Comments »
Monday, December 14th, 2009
จ๋า หยุดหารักแท้ ขอนิ่ง รอมีเข้ามาเอง (ข่าวสด)
9 ปีแล้วที่ทำงานอยู่ในวงการบันเทิง นับตั้งแต่วันที่เข้ามาออดิชั่นเป็น วีเจ.แชนแนลวี ไทยแลนด์ สำหรับสาวหมวยหน้าใส วัย 33 ปี “จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช ทองมี” ผ่าน ประสบการณ์นานา ทั้งเรื่องการงานและเรื่องส่วนตัวจนทำให้เธอแข็งแกร่ง วันนี้จังหวะดีที่สาวหมวยมาเยือน เลยถือโอกาสจับเข่าคุยกันซะเลย
อยู่วงการมา 9 ปี เหนื่อยใจอะไรบ้างไหม?
จ๋า : ถ้า บอกว่าไม่มีเลยก็คงไม่จริง ก็มีในเรื่องของข่าวต่าง ๆ ที่บั่นทอนจิตใจบ้าง จ๋าเชื่อว่าทุกคนต้องรู้สึก แต่ตัวเราเองจะแข็งแรงและกลับมารู้สึกโอเคกับมันได้เร็วแค่ไหน ซึ่งจ๋าคิดว่าพอเรายิ่งโตยิ่งทำได้เร็วขึ้น
รู้สึกอย่างไรกับข่าวที่ออกมาเยอะและถี่?
จ๋า : จ๋า ไม่รู้ว่าจะเทียบกับใคร แต่ถ้าเทียบกับตัวเอง มันเป็นบางจังหวะ บางจังหวะก็ไม่มีข่าวจ๋าเลย แต่บางจังหวะเจอเรื่องที่แรง ๆ ขึ้นมามันก็เหมือนเขาเอาสปอตไลท์ไปส่องจุดนั้น จริงๆ ตัวจ๋ามีตั้ง 10 มุม ถ้าเขาเลือกจะส่องมุมเดียวแล้วหยุดภาพนั้นไว้ ทำให้มันดูใหญ่ขึ้นกว่าความเป็นจริง มันก็เป็นแค่ 1 มุม จาก 10 มุม ซึ่งถามว่าจ๋าเป็นอะไรมั้ย จ๋าไม่เป็นอะไรเลย เพราะเราก็ยังคงมั่นคงว่าเราไม่ได้ทำอะไรไม่ดี
ดูเหมือน 9 ปีที่ผ่านมา จ๋าจะตกเป็นข่าวกับผู้ชายเยอะมาก?
จ๋า : เวลา มีแฟนหรือมีความรักจ๋าเปิดเผยทุกครั้ง และคนที่เป็นแฟนกับจ๋าจริงๆ มีแค่ 3 คน คือ แมทธิว ดีน, อั้ม(อธิชาติ ชุมนานนท์) และหลุยส์(พงษ์พันธุ์ เพชรบัณฑูร) ส่วนคนอื่นที่เป็นข่าวบางคนก็เป็นเรื่องการโปรโมต บางคนเป็นเพื่อนจริงๆ ด้วยความที่จ๋าใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา เวลาเจอเพื่อนก็เจอได้ กินข้าวกันได้ ไม่ต้องหลบ จ๋ารู้สึกว่าเราจริงใจและไม่ได้ทำอะไรไม่ดี จ๋าว่าคนเราเลือกจะมองในมุมที่เป็นลบและทำให้เป็นเรื่องใหญ่
ถ้าพูดถึงความรัก 3 ครั้งที่ผ่านมา คิดว่าอะไรที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ?
จ๋า : ตรง นี้คิดว่ามันอยู่ที่วัย เหมือนว่าตอนเด็ก ๆ เราอาจจะเข้าใจอะไรน้อยกว่านี้ จ๋าเชื่อว่าถ้าเปลี่ยนเป็นว่าเราเจอใครคนที่เราคบกันและมีปัญหาในตอนนั้น แล้วมาคบกันตอนนี้ปัญหานั้นจะน้อยลง เพราะเราผ่านอะไรมาเยอะขึ้น เข้าใจเรื่องนี้เยอะขึ้น โฟกัสกับการที่จะเก็บมาเป็นอารมณ์น้อยลง
เบื่อไหมที่มักถูกถามเรื่องรักและฉายาคาสโนวี่?
จ๋า : ไม่ เบื่อค่ะ แต่ถ้าเกิดถามขอให้ถามเรื่องจริง จ๋าตอบได้หมด แต่ถ้าเกิดบวกอย่างอื่นมา อย่างบางครั้งเรื่องจริงมีอยู่ 10 แต่คนถาม ๆ สัก 150 ก็ทำให้รู้สึกเหนื่อยที่ต้องแก้ เพราะแก้อย่างไรมันก็ไม่หมด
ช่วงนี้ได้ยินว่าแฮปปี้ เพราะอินเลิฟรักครั้งใหม่ “ตู่”ภพธร สุนทรญาณกิจ?
จ๋า : (หัวเราะ )ไม่ได้อินเลิฟค่ะ กับตู่รู้จักกันนานแล้ว จริงๆ จ๋าเคยเป็นข่าวกับนักร้องหลายๆ คนซึ่งเป็นเพื่อนกันจริงๆ เราอยู่สายงานเดียวกัน กินข้าวร่วมโต๊ะกัน พอคนหนึ่งโดนโฟกัสเรื่องนี้ก็จะโดนไปเรื่อยๆ แต่คนที่อยู่กับจ๋าทุกคนจะบอกให้มองในแง่ดี ถ้าวันหนึ่งเราเดินตรงไหนอยู่กับใครแล้วไม่มีใครพูดถึง แสดงว่าวันนั้นเราตกแล้ว ถ้าคิดแบบนี้จะสบายใจ กับตู่เท่าที่รู้จักเป็นเพื่อนธรรมดาคนหนึ่งที่นิสัยดีค่ะ
ผิดหวังรักมา 3 ครั้ง วันนี้มุมมองรักเป็นอย่างไร?
จ๋า : เบื่อค่ะ แต่ก็ยังอยากเจอความรักที่ดีค่ะ
รักครั้งใหม่อยากให้เป็นในรูปแบบไหน?
จ๋า : จ๋า เคยดีไซน์นะ แต่มาวันนี้ไม่คิดแล้ว คือพอคิดและคาดหวังเราจะรู้ สึกแย่ ตอนนี้จ๋ารู้สึกอยากมีใครสักคนที่จริงใจกับเรา จ๋าเคยเห็นว่าคนรักกัน เขาต้องรักกันทั้งเวลาสุขและทุกข์ แต่ที่จ๋าเห็นบางคนที่เข้ามาหาจ๋า เวลาเรามีความสุขเขาจะอยู่กับเรา แต่เวลาเราโดนอะไรที่คนอื่นไม่เข้าใจเรา เขาก็ยังจะไม่เข้าใจอีก หรือพอเราเครียดเขาก็จะไม่อยากอยู่ใกล้ จ๋าก็เลยรู้สึกว่านั่นไม่ใช่คนที่รักกันจริง ๆ คนที่จะอยู่ด้วยกันได้จะรักกันได้ต่อไป ต้องมีคำว่าร่วมทุกข์ร่วมสุข
เหนื่อยหรือเปล่าที่จะตามหารักแท้?
จ๋า : ก็ พยายามไม่วิ่งแล้วค่ะ(หัวเราะ) พยายามอยู่เฉย ๆ แต่จริง ๆ ที่ผ่านมาจ๋าไม่เคยวิ่งนะ บางครั้งคนที่เข้าหาเราเราเลือกไม่ได้ว่าเขาจะเป็นใคร แต่เราเลือกได้ว่าจะคบเขาต่อหรือเปล่า ซึ่งบางครั้งสิ่งที่มันเกิดขึ้นมันเป็นข่าวตั้งแต่ตอนแค่เริ่มเข้ามา แค่เริ่มคุย กินข้าวด้วยกัน 1 ครั้งไม่ได้แปลว่าคบ ไม่ได้แปลว่าดูใจนะคะ
สเป๊กที่วาดฝันไว้?
จ๋า : จ๋า ชอบคนที่มองโลกในแง่ดี ชอบคนรูปร่างสูง เข้ากับเราได้ แล้วต้องหนักแน่น มีความรู้สึกที่มั่นคงและขอให้มีความเป็นผู้ใหญ่ในบางเรื่อง แต่เรื่องความเป็นผู้ใหญ่จ๋าว่าคนสองคนต้องสลับกันมีนะ ผู้ชายบางครั้งก็มีมุมที่เป็นเด็กได้ค่ะ
แล้ว “ตู่-ภพธร” มีสิทธิ์พัฒนาหรือเปล่า?
จ๋า : จ๋า ขอเป็นเพื่อน เรายังอยากใช้เวลากับทุกๆ อย่าง คือ ถ้าเกิดจ๋าเป็นข่าวกับเขาครั้งหนึ่งหรือสองครั้ง แปลว่านี่คือดูใจกันหรือเป็นแฟนกัน จ๋าว่ามันไม่แฟร์สำหรับตัวเรา
มีความคิดฝันเรื่องวิวาห์หรือเปล่า?
จ๋า : มัน หายไปนานแล้วนะ(หัวเราะ) เพื่อนร่วมรุ่นที่เรียนมาก็แต่งกันไปบ้างแล้ว ถามว่ารู้สึกหวิวๆ มั้ย จ๋าก็พยายามคิดว่าเดี๋ยวนี้คนแต่งงานช้า(หัวเราะ) จ๋าคิดว่าทุกวันนี้คนเรามีเรื่องที่ต้องทำเยอะกว่าเมื่อก่อน เราจะแต่งก็ได้ถ้าเกิดเจอคนที่ดีๆ แล้วเป๊ะๆ เลย แต่งพรุ่งนี้เลยก็ได้ แต่ตอนนี้มันยังไม่เจอค่ะ
วางอนาคตตัวเองอย่างไร?
จ๋า : มอง ว่าที่ผ่านมาคือสนุกดี เราได้รับอะไรเยอะดี ได้โตได้คิดอะไรเยอะ ต่อไปก็เชื่อว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เราได้เอาสิ่งที่สะสมมามาใช้ เอาสิ่งที่ตัวเองมีแจกจ่ายออกไปบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคิด เรื่องของการช่วยคนอื่น จ๋าเชื่อว่าถ้าเราคิดในแง่ดี แล้วก็พยายามทำอะไรในแง่บวกมันสามารถช่วยคนได้อยู่แล้วค่ะ อย่างที่เขาว่า คิดดี ทำดี ผลก็จะออกมาดี ใช่ป่ะ
อยากลองละคร
เวียน ว่ายในโลกมายามา 9 ปี แต่ไม่เคยเห็นหน้าวีเจ.สาว “จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช” ทางจอแก้วสักที เจอกันก็แต่ในจอเงิน ล่าสุดแว่วว่าถูก “เจ๊จิ๋ม”มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช จีบให้ลงเล่นละครเรื่อง “เพลิงบุญ” ในบท “ใจเริง” แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธซะนี่! …พอถามไถ่ ได้คำตอบว่า
จ๋า : จริงๆ ไม่ได้ปฏิเสธค่ะ จ๋ายินดีรับเล่นละครนะคะ ถ้าทุกอย่างลงตัว ซึ่งจ๋าเห็นบท ใจเริง แล้ว เป็นบทที่ดีมากๆ จริงๆ ก็อยากเล่น แต่มันมีหลายประเด็น ทำให้ไม่ได้เล่นค่ะ
แต่คนมองว่าที่ปฏิเสธไปเพราะมี “อั้ม-อธิชาติ” อดีตคนรู้ใจเล่นด้วย
จ๋า : ไม่ ใช่เลยค่ะ จริง ๆ ปรึกษาอั้มด้วยซ้ำ อั้มยังบอกว่าให้รับเล่นเลย เราเป็นเพื่อนกันสามารถร่วมงานกันได้ ทุกวันนี้ยังเซย์ฮัลโหลกันได้ คนเรา ณ ตอนวันนั้นอาจจะไม่เข้าใจกัน อาจจะรู้สึกเซ็งๆ ดาวน์ๆ แต่พอเวลาผ่านไปจ๋ารู้สึกว่าสิ่งที่ดีมันมีมากกว่าค่ะ
“จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช” แง้มเหตุผลถึงการที่ไม่ได้ลองงานแสดงในศาสตร์ใหม่อย่างละครว่า
จ๋า : จ๋า เป็นคนที่รักหนังมากกว่าค่ะ แต่ถึงแม้จะรักหนัง ปีหนึ่งติดต่อมา 7-8 เรื่อง แต่จ๋าก็จะรับเรื่องที่ชอบที่สุดเพียง 1 เรื่อง หรือเต็มที่ 2 เรื่อง เพราะเงินไม่ใช่ตัวตัดสิน จ๋าอยากให้สิ่งที่รักออกมามีคุณภาพค่ะ ส่วนละครก็เป็นสิ่งที่อยากลอง และถ้าจะรับก็อยากได้บทที่ต่างจากที่เคยได้รับในหนัง แต่เนื่องจากคนเห็นภาพจ๋าเล่นหนังน่ารัก หนังสนุก เขาก็คาดหวังจะเห็นจ๋าเล่นละครในบทกุ๊กกิ๊ก เป็นบทที่ไม่มีความขึ้น-ลงของตัวละคร ซึ่งจ๋าอยากเจอบทที่ท้าทาย เวลาที่เราทำอะไรสักอย่างก็อยากได้อะไรที่มันไม่ซ้ำจากที่เคยทำมาค่ะ
ระหว่างงานวีเจ. อีเวนต์ พิธีกร และแสดง งานไหนเป็นงานหลัก
จ๋า : จริง ๆ ทุกอย่างเป็นจ๊อบหมดเลย แต่เป็นจ๊อบที่รัก แต่ถ้าเป็นเมน ๆ ก็จะเป็นพิธีกร วีเจ. อีเวนต์ ที่ทำเกือบทุกวัน
แล้วเคยคิดหางานประจำทำจริง ๆ หรือเปล่า
จ๋า : รอเรียนจบปริญญาเอกก่อนค่ะ
เรียนก็รุ่ง งานก็พุ่ง แต่คนส่วนใหญ่มักโฟกัสไปที่ชีวิตรัก
จ๋า : เพราะ ส่วนหนึ่งจ๋าไม่ค่อยพูดเรื่องที่ยังไม่สำเร็จ และในวงการบันเทิงส่วนใหญ่เขาจะอยากรู้เรื่องความรักมากกว่า ซึ่งมันก็ช่วยไม่ได้เพราะมันก็เป็นกระแสของข่าวค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด, ไทยรัฐ
Posted in ดารา ซุบซิบดารา รูปดารา | No Comments »